วัฒนธรรมชาวยิว

EI พลิกเกมธุรกิจ: ทักษะสำคัญในยุค AI ที่ขาดไม่ได้

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ณ การประชุมสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีประจำปีที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเด็นร้อนที่แทบทุกคนพูดถึงไม่ใช่เรื่องของ AI ที่ฉลาดล้ำ แต่กลับเป็น “ความฉลาดทางอารมณ์” หรือ EI ที่กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่ หลังจาก 'ไมตรี อรุณศักดิ์' ผู้บริหารสาวจากสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่เพิ่งระดมทุนได้มหาศาล ได้ออกมาเปิดเผยอย่างหมดเปลือกในเวทีเสวนาว่า ปัจจัยที่ทำให้ทีมของเธอก้าวข้ามวิกฤตและความท้าทายจากคู่แข่ง AI ไม่ใช่โค้ดที่ซับซ้อน แต่เป็นการเข้าใจและจัดการกับอารมณ์ของคนในทีมเอง

เรื่องราวของไมตรีกลายเป็นไวรัลในกลุ่มผู้บริหารและผู้ประกอบการทันที เมื่อเธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องเผชิญกับความตึงเครียดอย่างหนักจากการทำงานร่วมกับระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่กลับทำให้เกิดความรู้สึกกดดันและขาดแรงจูงใจในหมู่พนักงานบางส่วน ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ที่เธอมีต่อลูกทีม ทำให้เธอริเริ่มโปรแกรมพัฒนา EI เฉพาะทาง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น แต่ยังผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการใช้จุดแข็งของ AI และ EI ควบคู่กันไปอย่างลงตัว บทเรียนนี้ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่มีทางแทนที่ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ การตัดสินใจของไมตรีเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่บริษัทส่วนใหญ่ยังคงทุ่มงบประมาณไปกับการพัฒนา AI อย่างเดียว เธอมองเห็นช่องว่างที่สำคัญว่า AI แม้จะทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำ แต่ก็ขาดมิติทางอารมณ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เธอเน้นย้ำว่า การควบคุมตนเอง และความเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่แค่ทักษะเสริม แต่เป็น “ทักษะขาดไม่ได้” ที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่แปลกใจเลยที่หลังจากการเสวนานั้น หลายองค์กรเริ่มมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการฝึกอบรม โดยหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ EI มากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันพัฒนาบุคลากรชื่อดัง 'ณัฐพล ตั้งจิตร์' กล่าวเสริมว่า ความสามารถในการทำความเข้าใจอารมณ์ผู้อื่นและจัดการกับความรู้สึกของตนเอง คือกุญแจสู่ความสำเร็จไม่ว่าจะในสายงานใด AI อาจนำเสนอข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์ได้ แต่การตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน หรือการสร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่น ยังคงเป็นของมนุษย์โดยแท้จริง

สถานการณ์นี้ตอกย้ำว่า หากมองข้าม EI ในยุคที่ AI ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว องค์กรอาจพลาดโอกาสสำคัญในการสร้างความผูกพันกับพนักงาน สร้างนวัตกรรม และความยั่งยืนในระยะยาว การเปิดเผยของไมตรีจึงไม่ใช่แค่เรื่องราวส่วนตัว แต่เป็นสัญญาณเตือนให้ภาคธุรกิจหันมาทบทวนกลยุทธ์ และมองเห็นว่า EI คือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงเบื้องหลังความสำเร็จที่ยั่งยืน การลงทุนในมนุษย์คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเสมอ

ดังนั้น คำถามที่ทุกคนในแวดวงธุรกิจต้องถามตัวเองวันนี้ไม่ใช่ว่า “เราจะใช้ AI ได้ดีแค่ไหน” แต่เป็น “เราจะผนวกความฉลาดทางอารมณ์เข้ากับการทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างไร” เพื่อให้องค์กรไม่เพียงแค่รอด แต่ยังก้าวหน้าอย่างโดดเด่นในอนาคตอันใกล้ และที่สำคัญที่สุดคือ ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ได้วัดแค่ประสิทธิภาพของระบบ แต่รวมถึงความสุขและความผาสุกของผู้คนที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนเหล่านั้นด้วย