กรุงเทพฯ – วันที่ 15 มีนาคม 2568 นักวิเคราะห์ด้านจิตวิทยาองค์กรชื่อดัง ดร.เมธา ชัยวัฒน์ ได้สร้างความฮือฮาในงานสัมมนาประจำปีของสมาคมนักพัฒนาทรัพยากรบุคคลแห่งประเทศไทย โดยเขาได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่น่าตกใจว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกหลายแห่งกำลังเผชิญกับภาวะ “สมองไหลทางอารมณ์” บุคลากรที่มีศักยภาพสูงจำนวนมากประสบปัญหาในการปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกดิจิทัล ทำให้เกิดความเครียดสะสมและภาวะหมดไฟ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและการตัดสินใจทางธุรกิจ
ประเด็นนี้ถูกจุดประกายขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ จากกรณีศึกษาของบริษัทสตาร์ทอัพด้านฟินเทครายหนึ่งในซิลิคอนแวลลีย์ที่ต้องปิดตัวลงอย่างกะทันหัน แม้จะมีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและเงินทุนมหาศาล แต่นักลงทุนหลายรายได้ชี้ให้เห็นว่า การขาดทักษะด้านความฉลาดทางอารมณ์ของทีมผู้บริหาร ทำให้ไม่สามารถรับมือกับความกดดันและการแข่งขันที่รุนแรงได้ ตัวอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกสิ่ง ความสามารถในการบริหารจัดการอารมณ์ การสร้างความสัมพันธ์ และการเข้าใจผู้อื่น กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ถูกมองข้าม
ดร.เมธา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่กำลังแพร่หลายไปยังองค์กรทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสถานการณ์โรคระบาด ที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ องค์กรที่ยังคงยึดติดกับโมเดลการทำงานแบบเดิมๆ และให้ความสำคัญกับ IQ เพียงอย่างเดียว กำลังประสบปัญหาในการรักษาบุคลากรและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ แตกต่างจากองค์กรที่เริ่มลงทุนในการพัฒนา EQ ของพนักงาน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีกว่า
จากการสำรวจล่าสุดของสถาบันวิจัยการจัดการแห่งชาติ พบว่า ผู้นำในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ มีอัตราการลาออกของพนักงานลดลงถึง 25% และมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 15% บ่งชี้ว่าทักษะทางอารมณ์ เช่น การรับรู้ตนเอง การควบคุมตนเอง การรับรู้สังคม และการสร้างความสัมพันธ์ ไม่ได้เป็นเพียง “ซอฟต์สกิล” อีกต่อไป แต่เป็น “ฮาร์ดสกิล” ที่จำเป็นต่อการอยู่รอดและความสำเร็จในโลกธุรกิจยุคใหม่
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาองค์กรหลายคนมีความเห็นตรงกันว่า เพื่อรับมือกับความท้าทายในปี 2025 และปีต่อๆ ไป องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เข้ากับทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากร การฝึกอบรม ไปจนถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเติบโตทางอารมณ์ และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ไม่หยุดนิ่ง
แน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะเห็นบริษัทเทคยักษ์ใหญ่เช่น Google หันมาลงทุนในหลักสูตรพัฒนา EQ สำหรับผู้บริหารและพนักงานอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อคงความเป็นผู้นำในตลาดโลกที่ท้าทายขึ้นทุกวัน การบริหารจัดการความเครียดและการปรับตัวคือหัวใจสำคัญ และนี่คือสิ่งที่ผู้นำยุคใหม่จะต้องมี เพื่อรับมือกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา



