วัฒนธรรมชาวยิว

กว่าจะรู้ว่า “ไม่เก่งจริง” ก็สาย! รับมือภาวะ Imposter Syndrome ในยุค AI

งานสัมมนา Tech Innovators 2026 ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อ “ปาลิตา วงศ์สว่าง” ผู้บริหารสาวมากความสามารถจากสตาร์ทอัพด้าน AI Education ชื่อดังอย่าง “BrainBoost” ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตการศึกษายุค AI: เมื่อความสำเร็จมิได้การันตีความสุข” ที่เปิดเผยเบื้องลึกความรู้สึกของคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับ “ความไม่มั่นใจในตัวเอง” แม้จะประสบความสำเร็จสูง

ปาลิตา ยอมรับกลางเวทีว่า แม้เส้นทางอาชีพของเธอจะดูโรยด้วยกลีบกุหลาบ ด้วยดีกรีปริญญาเอกจากสถาบันชั้นนำ ประสบความสำเร็จในการระดมทุนหลายรอบ และนำพา BrainBoost ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างรวดเร็วในตลาด แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกว่า “ตัวเองยังไม่เก่งพอ” และกลัวว่าวันหนึ่งทุกคนจะรู้ความจริงว่าเธอเป็นเพียง “คนหลอกลวง” สิ่งนี้ทำให้เธอจมดิ่งกับความกดดันและภาวะ Burnout บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นภาพสะท้อนที่พบเห็นได้มากในกลุ่มคนทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยการแข่งขัน

ปรากฏการณ์ที่ปาลิตาเผชิญอยู่เรียกกันว่า “Imposter Syndrome” หรือ “โรคแอบอ้าง” ซึ่งเป็นภาวะทางจิตวิทยาที่ผู้ประสบความสำเร็จสูงมักรู้สึกว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความสำเร็จนั้น ๆ และกลัวว่าวันหนึ่งความจริงจะถูกเปิดเผย อาการนี้ไม่เพียงกระทบต่อความมั่นใจ แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มองว่า สังคมที่เน้นการแข่งขันสูงและการประเมินคุณค่าจากความสำเร็จภายนอก มีส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดภาวะนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมาก

คำถามที่ปาลิตาตั้งในงานสัมมนาว่า “เราจะวัดคุณค่าของตัวเองอย่างไร ในเมื่อบางสิ่งที่เราทำ AI ก็ทำได้ดีกว่า?” กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฉงนในหมู่ผู้ฟัง สะท้อนความกังวลว่า ความสามารถของ AI จะยิ่งผลักดันให้คนทำงานรู้สึกด้อยค่าหรือไม่ การจัดการกับความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ ทั้งที่ประสบความสำเร็จ จึงไม่ใช่เรื่องของปัจเจกอีกต่อไป แต่เป็นโจทย์ใหญ่ที่องค์กรและสังคมต้องร่วมกันหาคำตอบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีและช่วยให้คนทำงานสามารถดึงศักยภาพออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องแบกรับความกดดันเกินควร

สิ่งที่น่าจับตาต่อไป คือผลลัพธ์จาก Open Discussion ที่จัดโดย BrainBoost ร่วมกับสถาบันจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อถอดบทเรียนจากกรณีของปาลิตา และหาแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อรับมือกับ Imposter Syndrome ในบริบทของยุค AI ที่หลายคนเริ่ม “รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง” ก่อนจะสายเกินไป การสร้างความเข้าใจและยอมรับในคุณค่าของตัวเอง โดยไม่เปรียบเทียบกับ “อุดมคติ” ของผลงานที่ทำได้ด้วย AI อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญ