เคยเป็นไหม? เช้าวันจันทร์มาถึงทีไร ความรู้สึก ‘ไม่อยากไปทำงาน’ ก็ถาโถมเข้ามา จนบางครั้งถึงขั้นทำให้ร่างกายและจิตใจอ่อนล้าจนต้องหยุดงานไปดื้อๆ ข้อมูลใหม่ๆ ชี้ชัดว่าปัญหานี้หนักหนาสาหัสกว่าที่คิด และอาจเป็นสัญญาณอันตรายของ ‘ภาวะหมดไฟ’ ที่กำลังแพร่ระบาดในหมู่พนักงานอย่างเงียบๆ
รายงานล่าสุดจาก PropertyCasualty360 เผยว่าพนักงานส่วนใหญ่มีอาการวิตกกังวลในคืนวันอาทิตย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ และความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานในวันจันทร์ลดลงถึง 71% นำไปสู่การตอบสนองที่ช้าลง ข้อผิดพลาด และความหงุดหงิดง่าย ดร. จอร์แดน เบิร์นส ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก Amerisleep ชี้ว่า “Sunday-night anxiety” เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของการลาออก หากองค์กรไม่สามารถช่วยพนักงาน “ปิดสัปดาห์ทำงาน” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็จะเผชิญกับอัตราการขาดงานที่สูงขึ้นและพนักงานลาออกในที่สุด
แต่ไม่ใช่แค่ความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานเท่านั้น AI ที่เราคิดว่าเป็นตัวช่วย อาจกลายเป็นดาบสองคมที่สร้าง ‘รอยร้าว’ ในองค์กรโดยไม่รู้ตัว หลายบริษัทเดินหน้าใช้ AI อย่างเต็มที่ โดยคาดหวังว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับกลายเป็นว่า พนักงานต้องเสียเวลาเฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการ ‘ตามแก้’ ปัญหาที่เกิดจาก AI สิ่งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานจำนวนมาก และทำให้เกิด “การปฏิวัติเงียบๆ” ต่อการใช้งาน AI ในองค์กร
ความน่าตกใจคือ ผลสำรวจจาก WalkMe แสดงให้เห็นว่า 54% ของพนักงานเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือ AI ภายในบริษัท และหันไปทำงานด้วยตัวเอง และหนึ่งในสามของพนักงานไม่เคยใช้ AI เลย สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการนำ AI มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์อย่าง สตีฟ ฮังเคอ แห่ง Johns Hopkins กล่าวว่า “AI ไม่สามารถส่งมอบได้ตามที่คาดไว้ ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ลืมเรื่อง AI bubble ไปได้เลย”
ดังนั้น โจทย์ที่สำคัญสำหรับบริษัทในยุคนี้คือ การเข้าใจและจัดการความเครียดของพนักงานควบคู่ไปกับการนำ AI มาใช้ให้ถูกจุด การสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน การลดความคลุมเครือในช่วงต้นสัปดาห์ และการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่เทคโนโลยีและจิตใจพนักงานมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก


